March 12
อิอิ วันนี้ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะลองทำอาหารให้ลูกปังญ่ากิน
โอ้ววววว ไม่อยากจะเชื่อและไม่อยากจะคิดภาพตาม
ชีวิตนักกีฬาบึกบึน ผู้ซึ่งไม่เคยมีความคิดแม้เพียงแวบเดียวในหัวสมองเลยว่าจะมาเข้าครัวทำอาหาร!!!!
แต่แล้ววันเวลาก้อสามารถเปลี่ยนคนได้จิง ๆ ด้วย (หรอวะเนี่ย)
หึหึ ลูกจ๋า อย่าหาว่าอย่างงี้อย่างงั้นเลยนะ หม่ามี๊ไม่ได้เห็นลูกเป็นหนูทดลองนะจ๊ะ (แต่แค่ใกล้เคียงอ่า)
เอาล่ะ วันนี้ตั้งใจเอาไว้ว่าจะทำซุปแอปเปิ้ลใส่ปลาแซลมอน เมนูนี้อาจชื่อไม่คุ้นหูเพราะแป๊ปเพิ่งคิดค้นขึ้นมาตะกี้นี้เอง 555
ก่อนทำหารอาหารก้อเอาปังญ่าไปทิ้งไว้กะพี่ต้น ให้ช่วยกันเฝ้าร้านพ่อลูก แล้วแป๊ปก้อเข้าครัวไปเตรียมอาหารว่างให้พี่ต้น (และแป๊ป)กิน
ของโปรดเลยยย
เมื่อครั้นพี่ต้นเห็นเมนูอาหารว่างนี้ก้อตาป็นประกายในทันที รีบบอกขอ 2 ได้มั้ย ขอชีสเยิ้ม ๆ ด้วยน๊า
แหม ให้มันได้อย่างงี้สิ
ต่อมาก้อต้องเตรียมของว่างให้คุณลูกด้วย แอปเปิ้ลห่อผ้าขาวบาง เอาไว้ให้แทะเล่นเพลิน ๆ
และคุณเธอก้อเพลิดเพลินจิง ๆ อิอิ


มาถึงขั้นตอนการทำ ชื่อไรหว่าลืม 555 เด๋วย้อนขึ้นไปดูแป๊ปนึง...
เอาใหม่ ๆ ชื่อเมนู “ซุปแอปเปิ้ลใส่ปลาแซลมอน” 5555
สิ่งที่ต้องเตรียม..
++ แอปเปิ้ล 2 ลูก
++ น้ำเปล่า
++ หม้อ
++ ทัพพี
++ กล่องบรรจุซุป
++ ถาดใส่น้ำแข็ง
++ มีด
อะ ขั้นตอนการทำนะ
หั่นแอปเปิ้ลเป็น 4 ส่วนแล้วหันครึ่งเป็น 8 ส่วนอีกที อย่าลืมปอกเปลือกซะด้วยนะ
เอาใส่ไปในหม้อ เติมน้ำพอท่วมแอปเปิ้ล (อันนี้พี่ตูนผู้แนะนำสูตรซุปบอกมา
แต่เราดันลืมคิดไปว่าของเราหม้อเล็กกระจึ๋งนึงอะ ออกมาเลยได้น้ำจิ๊ดเดียวเอง)
จากนั้นก้อเอาไปต้มเปิดไฟอ่อน ๆ (อันนี้พี่ต้นเพิ่งมาบอกทีหลัง
เราดันเปิดไฟซะแรงนึกว่าจะได้สุกเร็ว กร๊ากกกส์)
คอยดูแอปเปิ้ลว่ามันสุกยัง (พี่ตูนบอกว่าให้เอาส้อมจิ้มดู ถ้ามันจิ้มทะลุแสดงว่าสุกแล้ว)
ด้วยความหวาดระแวงของเรา ก้อดันจิ้มซะแอปเปิ้ลเป็นรูพรุนไปหมดเลย เหอะ ๆ
เมื่อแอปเปิ้ลสุกแล้วก้อปิดแก๊สยกหม้อออกมา
พักไว้ให้เย็นแล้วจัดการเทน้ำใส่กล่องเข้าตู้เย็นเตรียมทำเป็นน้ำซุปใส่ปลาแซลมอนในวันพรุ่งนี้
ส่วนเนื้อมันเราก้อเอามาขูด ๆ ๆ แล้วตักแบ่งใส่บล็อคน้ำแข็งเข้าตู้เย็นเช่นกัน
เด๋ววันพรุ่งนี้ก้อจะเอามาให้น้องปังญ่ากินเป็นมื้ออาหารว่าง อิอิ
จบข่าว ในที่สุดช้านก้อทำด้ายยยยยยยย หีหี
December 12
หลังจากที่น้องปังญ่าได้พยายาม"คว่ำ" มาตั้งแต่เมื่ออายุประมาณ 2 เดือนเศษ
บัดนี้เธอสามารถทำได้แล้ว ด้วยวัย 3 เดือน กับ อีก 21 วัน หรือก้อคือเมื่อวานซืนนี้นี่เอง...
หลังจากที่เธอคิดค้นว่าการอยู่บนโลกใบนี้ นอกจากการนอนราบอยู่กับที่แล้ว
เรายังสามารถเคลื่อนตัวไปในทิศทางอื่นใดได้อีก
เธอจึงเพิ่งเรียนรู้ว่าเธอก้อ "คว่ำ" เองได้หนิ!!
จากนั้นเธอก้อสนุกสนานกับการพลิกคว่ำของเธออย่างเมามันส์
ถ้าเมื่อไหร่ก้อตามที่หม่ามี๊จับน้องปังญ่านอนหงายเธอก้อจะต้องพลิกคว่ำในทันที
จากนั้นเธอก้อจะชูคอ ทำขาชี้ แล้วร้องกรี๊ด ๆ อย่างสนุกสนาน
เมื่อวานคว่ำไปได้ 10 กว่ารอบ
(ที่ดูไม่เยอะรอบเพราะแต่ละรอบนั้นเธอต้องใช้เวลา & พลังลมปราณของเธออย่างมหาศาล)
เมื่อคืนเธอก้อตื่นขึ้นมาตอนเที่ยงคืนกว่าเพื่อมา"คว่ำ" เล่น ๆ 
อีกทั้งวันนี้เธอก้อยังรีบตื่นมาแต่เช้าตรู่ เพราะคงยังเมามันส์กับการ "คว่ำ" อีกนั่นเอง
เลยรีบจับเค้ามาวางเตียงเรา แล้วเราก้อ...หลับต่อ
จากนั้นเธอก้อพลิกตัวมากรี๊ด ๆ ใส่หู ด้วยความสนุกสนาน ครั้งแล้วครั้งเล่า
โถ่ ลูกจ๋า เห็นใจหน่อยเหอะ หม่ามี๊ง่วงงงงงงอ่า 
ภาพที่จะเห็นต่อไปนี้คือ step ในการพลิกคว่ำของเจ้าปังญ่าน้อยของหม่ามี๊ อิอิ ไปดูกัน
Step 1 ก้าวขาไปข้างหน้า...
Step 2 ยกแขนซ้ายตามไป...
Step 3 พยายามกดหัวให้พลิกคว่ำ...
Step 4 และกดหัวไหล่ลง...
Step 5 แต่...มันติดแขนอีกข้างอยู่อะ
Step 6 ฮิ๊บ ๆ ๆ ๆ เอ้า คว่ำมาได้แล้ว
Step 7 นี่!!! ชูคอ ชูขา อย่างผู้ชนะ
Step 8 เฮ้อ...หมดแรงน้ำนม (แผลงมาจาก "หมดแรงข้าวต้ม")
อ่าว เพิ่งเห็นว่าแอบถ่ายรูปหนูอยู่
เย้ย ชูคออวดเลย
ยิ้มให้อีกซักนิด แต่...ในที่สุดก้อ..........
โหมดแรงงงงงงงงงงงงงงงงงงงค่า
...THE END...
November 21
เมื่อวานซืนนี้น้องปังญ่าน้อยอายุครบ 3 เดือนเต็ม ได้เวลาที่ต้องไปฉีดวัคซีนอีก 1 เข็ม
เข็มนี้แพงได้สะใจซะจิง ๆ IPD ตัวนี้ศึกษามาอย่างดีราคาอยู่ที่ประมาณ 4000 บาท
มาถึงปังญ่าก้อชั่งน้ำหนักได้ 5320 กรัม สูง 61 เซ็น คุณหมอบอกว่าน้ำหนักส่วนสูงขึ้นดีมาก
เราก้อแอบมานั่งคิดนะว่า โห เราให้นมลูกเรากินอย่างเดียวจนน้ำหนักขึ้นมาได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ช่างน่าอัศจรรย์จิง ๆ
แต่เอ... ไหงน้ำหนักเรามันกลับไม่ค่อยลดลงไปซักเท่าไหร่เลยหว่า...
เอาล่ะเมื่อคุณพยาบาลปักเสาเข็มลงบนขาลูกน้อยของเราไปเป็นที่เรียบร้อย
เสียงหวีดร้องของคุณลูกก้อคงดังอย่างต่อเนื่องจนถึงตอนจ่ายตัง "ทั้งหมด 5178 ตุ๊ด ๆ ๆ ลดเหลือ 4214 ค่ะ ตุ๊ด ๆ ๆ"
พี่ต้นหันหน้ามาสบตากับแป๊ปในทันที ทำไมมันแพงจังวะ ไหนเราคำนวณราคามาแล้วว่า เข็มละ 4000
รวมค่าหมอค่าพยาบาล ก้อ 4000 กว่า ๆ ลดแล้วก้อต้องเหลือประมาณ 3000 ต้น ๆ ดิ
แป๊ปข้องใจมากเลยถามคุณพยาบาลทันใด "เอ่อ โทดนะคะ ค่าวัคซีนเข็มละเท่าไหร่เหรอคะ" "เข็มละ 4800 บาทค่ะ"
อ่าว ไรว้า ก้อเมื่อเดือนที่แล้วคุณหมอบอกเองหนิว่าเข็มละ 4000 บาท เซ็งโคตร
จะถามต่อคุณลูกก้อร้องไห้อย่างจิงจัง เลยต้องรีบกลับกันออกมาก่อน
จากนั้นคุณฝาละมีสุดที่รักก้อพามาช็อปปิ้งย้อมใจ
แป๊ป เลยได้ถอยเป้หิ้วปังญ่าสีแดงสดใบใหม่มา เอาไว้กระเตงลูกไปไหนต่อไหน ขึ้นลงบันไดได้แสนสบายใจแล้วลูกเอย...
December 08
วันนี้วันเกิดแป๊ปแหละ โอ๊ะ..ไม่ใช่แล้วดิ หันมามองนาฬิกาอีกที นี่มันข้ามวันแล้วเหรอ อืม แล้ว วันเกิด มันต้องมีอะไรพิเศษกว่าวันธรรมดาอื่น ๆ ล่ะ วันนี้เราก้อตื่นนอนมาตอนสายแล้วก้อไปทำงานเหมือนเดิม แต่แค่รู้สึกว่าวันนี้คงเป็นวันที่มีคนสนใจ และ ให้ความสำคัญกับเรามากขึ้นมั้ง ยังไงก้อต้องขอบคุณทุกคนที่ BD แป๊ปด้วยนะจ๊ะ โดยเฉพาะ ปะป๊า กิ๊ฟ และกอล์ฟ ที่อยู่ไกลถึงต่างแดน แต่ความผูกพันธ์ของเราก้อไม่ได้ห่างหายไปตามระยะทางเลยจิง ๆ เนอะ
อีกทั้ง ผองเพื่อนและชาวแก็งค์ ที่ไม่เคยลืมกันจิง ๆ อยากบอกว่าพวกคุณก้อคือคนสำคัญของแป๊ปเหมือนกันจิง ๆ นะ
แต่ก้อมีนะ มีเพื่อนบางคนที่แป๊ปสันนิษฐานว่าเค้าคงลืม แป๊ปคิดว่าเค้าคงไม่ได้ลืมวันเกิดแป๊ปหรอก มีอยู่ 2 สาเหตุ
1. ลืมว่าวันนี้คือวันที่ 7 ธันวา ไม่ได้ลืมว่า วันที่ 7 ธันวา คือวันเกิดแป๊ป
2. ไม่รู้จิง ๆ ว่า วันที่ 7 ธันวา เป็นวันเกิดของแป๊ปมัน แบบว่าไม่รู้ตั้งแต่ต้น
ปีนี้เป็นปีแรกที่ไม่ได้จัดงานวันเกิด ทำไมล่ะ เฮ้ย เราโตแล้วเหรอเนี่ย แบบว่า เริ่มเฉย กับวันสำคัญต่าง ๆ ที่ตอนเด็กเราเคยเห็นมันโคตรจะสำคัญ
ถ้าปีไหนไม่ได้ของขวัญวันและเค้กวันเกิดจะต้องร้องไห้โครมคราม เสียใจเป็นอย่างยิ่ง หรือถ้าปีไหนได้เทียนแบบเป่าไม่ดับจะแบบว่ามีความสุขมาก รู้สึกว่าเราสำคัญนาน แบบว่าได้เป่าเค้กนานไรงี้ ตลกดีเนอะ
เพื่อน ๆ และชาวแก็งค์ก้อถามนะว่าปีนี้จะเลี้ยงไหนดี อืม นั่นดิ ไม่รู้เหมือนกันเนอะ ทำไมถึงไม่คิดวะ ไม่รู้จิง ๆ ว่ะ กาลเวลาหล่อหลอมคนให้..แก่..ขึ้นจิง ๆ ด้วยอะดิ
ถ้าถามถึงของขวัญวันเกิดสำหรับปีนี้
...แป๊ปอยากได้ความรู้สึกละมุนดีดีอย่างงี้ตลอดไป...
แป๊ปว่านะ... แม่ง.. โคตรจะมีความสุขเลยว่ะ
ขอบคุณทุกคนอีกครั้งนะคะ ที่มีส่วนร่วมทำให้แป๊ปได้เป็น แป๊ป ในวันนี้ขอบคุณจิง ๆ
P.S. รักปะป๊า แม่ เจ้ & ป๋อม ที่สุดในโลกเลย (ถึงแม้จะไม่เคยบอกต่อหน้าเลยแม้ซักครั้ง)
October 27
นั่งหายใจว่าง ๆ ได้ซักแป๊ปนึง คิดไปมาว่าจะไปเรียนต่อได้ยังน๊า คงน่าจะถึงเวลาแล้วมั้ง
เอ๊ะ ...หรือว่าจะทำงานต่อก่อนดี อยากทำงานอยากหาเงินได้เอง ใช้เอง แบบไม่ต้องไปขอตังปะป๊าอีกแล้วอะ
คิดมาคิดไป ได้คำตอบในใจว่า...
ไปเรียนต่อดีกว่าว่ะ จะได้รีบกลับมาแต่งงานซะที 55 ตัดสินใจไปยังไม่ทันไร ได้งานใหมามาซะงั้น ทีนี้เป็นงานประจำเลยด้วย ซวยเลยกรู...
ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี ...
แต่ที่แน่ ๆ มันงง ๆ อะ งงว่าตกลงมึงจะเอาไงเนี่ยแป๊ป อุตส่าห์หลับหูหลับตาเรียกเงินเดือนสูง ๆ แล้วเค้าดันรับอีกด้วย แต่ที่ทำงานไกลบ้านโคตร สาธุประดิษฐ์แน่ะ เดินทางคงลำบาก จะอยู่หอก้อเป็นห่วงแม่ คิดถึงแม่ ไม่อยากห่างกะแม่ ติดแม่ซะงั้น
ทุกคนที่รู้เรื่อง พุดเป็นคำเดียวกันว่า "ดีใจด้วยนะแป๊ป"
แล้ว... เราจะต้องดีใจหรือเสียใจดีวะ
กลับมาถามใจตัวเอง ได้คำตอบว่า
"เสียใจนิดนึงว่ะ"
แอบอยากไปเรียนต่อแล้ว อยากเที่ยวเล่น อยากพักผ่อน อยากเตรียมตัว อยากมีเวลาเป็นของตัวเอง
ถ้าเราทำงานประจำ นั่นหมายความว่า เวลาในชีวิตเรา จะถูกควบคุมโดยคนอื่น โดยมีค่าตอบแทนเป็นจำนวนเงินที่เราได้ตกลงกันไว้ แล้วมันจะดีเหรอ
อ่าวแล้ว...เรื่องที่เราคิดจะไปเที่ยวต่างจังหวัดล่ะ...
เป็นอันต้องล่มสลายลงเหรอ ไงเนี่ย
อยากไปเที่ยวไง อยากพักผ่อน อยากทำไรเพื่อตัวเอง อยากมีเวลาอยู่กะตัวเองและผองเพื่อนให้มากกว่านี้
แล้วทำไมเราถึงตกลงทำงานนี้ล่ะ ...
คงเพราะอยากลองทำงานจริงเหมือนที่เราเรียนมามั้ง อยากลองดูซักตั้ง อยากทำให้ตัวเองได้รู้ไว้ว่า เราทำได้อีกแล้วนะแป๊ป
ขอบคุณสำหรับคำยินดี ของทุกคนนะคะ
แต่ที่แป๊ปรู้สึกไม่ดีคือ
ทำไม เราถึงไม่รู้สึกยินดีกับงานใหม่ที่ดีนี้วะ...
September 24
ลืมตา เพื่อจะพบว่าไม่มีเธอ
อยู่บนโลกใบที่เคยเจอ กับความรักที่มันสวยงาม
อยากทำใจ อยากจะรับความเป็นไป
อยากจะไม่มัวมาอาลัย แต่ก้อไม่วาย คิดถึงเธอ
อยากพบอีกครั้งนึง อยากซึ้งอีกซักนาที
อยากทำดีดี กับเธออีกซักครั้ง
ที่แล้วไม่เสียใจ กอดไว้ทั้งน้ำตา
ก่อนจะยอมรับว่าเราเข้ากันไม่ได้
เธอเดินอยู่บนทางแห่งความจริง
แต่ว่าฉันเดินจากทุกสิ่ง สู่ความฝันที่มันแสนไกล
โอบกอด เธอคนที่เคยอยู่เคียงกาย
บอกคำร่ำลากับถามใจ เธอคือรักเดียวที่ฉันมี
อยากพบอีกครั้งนึง อยากซึ้งอีกซักนาที
อยากทำดีดี กับเธออีกซักครั้ง
ที่แล้วไม่เสียใจ กอดไว้ทั้งน้ำตา
ก่อนจะยอมรับว่าเราไปด้วยกันไม่ได้...
++พี่ต้น แป๊ปอยากจะบอกพี่ต้นนะ ว่า..
ถ้าพี่ต้นรักแป๊ปอย่างที่พี่ต้นพูดจิงอะ
อย่าโทรมาหาแป๊ปอีกเลยนะ แป๊ปขอร้อง
แป๊ป..ไม่อยากคุยกะพี่ต้นอะ
ไม่อยากได้ยินเสียง ไม่อยากอะไรทั้งนั้น
แป๊ปรับไม่ได้อะ มันทรมาน มันยิ่งเสียใจ
แล้วก้อไม่ต้องถามถึงเหตุผลอะไรทั้งนั้นด้วย
ขอให้รู้ไว้อย่างเดียวก้อพอนะ ว่า...
แป๊ป รัก พี่ต้น มาก นะ รัก มาก จิง ๆ
ขอให้เรามีแต่ความทรงจำดีดีต่อกันก้อพอนะพี่ต้น++
August 20
ได้งานใหม่แล้วอะ แหะ ๆ ก้อเร็วดีนะ ทำหนังเรื่องเก่าที่เค้ายังถ่ายกันไม่เสร็จเรื่อง "โอปปาติกะ" กลับมาทำที่บาแรมยูเหมือนเดิม ต้องถ่ายต่ออีก
11 คิว พี่เค้าให้เราไปช่วยทำ แต่ค่าตัวยังไม่ได้คุยกันเลยอะ มีจัดการตั้ง 4 คนแน่ะ แป๊ปว่ามันเยอะไปยังไงก้อไม่รู้อะ ผู้จัดการกอง 1 คน ผู้ช่วยอีก
3 คน เหมือนทำงานซ้อนงานกัน อีกอย่างรู้สึกอึดอัดใจยังไงก้อไม่รู้นะ รู้สึกว่ากำลังถูกคนหมั่นไส้ ไม่รู้นี่หว่า ว่าระหว่างที่วิ่งทำงานอยู่นั้นดันไปเหยียบหางคนนั้นเข้ารึป่าวก้อไม่รู้ แม่ง น่าโมโหว่ะ คนบ้าไร ไม่เป็นมิตรเอาซะเลย พูดด้วยก้อไม่ตอบ บอกอะไรก้อไม่สนใจ ไม่รู้นะ เอ๊ะ...หรือว่าเค้าฟังภาษาคนไม่ออกวะ เออ อาจจะเป็นได้นะ
น่าอึดอัดมากเลยอะ มีพี่บางคนบอกว่าถ้าไม่สบายใจก้ออย่าทำเลย แต่แป๊ปดันคิดว่าทำงานกับคนโรคจิตอย่างนี้ก้อดีออกนะ มันท้าทายดีอะ งานทุกงานก้อต้องมีอุปสรรคทุกอย่าง ว่าแต่มันจะมาในรูปแบบไหนล่ะ ถ้าเราชนะอุปสรรคไปได้ เราก้อจะเข้มแข็งขึ้น
ไม่ใช่เหรอ ไม่มีทาง แป๊ปไม่มีทางลาออกแน่ ๆ ไม่ชอบว่ะ ไม่ชอบวิ่งหนีอะไร มาดิให้มันตายกันไปข้างนึงเลย ไอพี่...บ้า
August 08
ตอนนี้หนังก้อปิดกล้องอีกแล้วแหละ ว่างอีกแล้วเรา รอถ่ายซ่อมอีก 2 คิวมั้ง แล้วก้อเป็นอิสระซะที
ช่วงนี้ว่างถึงว่างมาก ว่างจนกินนู่นกินนี่ซี้ซั้วไปหมด กินจนอาหารเป็นพิษชนิดรุนแรงต้องเข้าโรงบาลเลยเชียว
หมอบอกให้นอนโรงบาล แป๊ปไม่ยอม หมอบอกงั้นฉีดยา แป๊ปก้อไม่ยอมอีก เลยยื่นข้อเสนอหมอไปว่า
"งั้น..ขอแค่กินยาแทนแล้วกันนะหมอ" หมอบอกว่า หมอมีให้เลือกแค่ 2 choice นะครับ แง่วววว...
แม่เลยเลือกฉีดยาให้แทน โหยน้ำหนัดลดไปตั้ง 2 โลแน่ะ แต่ว่าวันนี้วันเดียวทำน้ำหนักขึ้นมาได้
เท่าเดิมอีกแล้ว เซ็งเลยเรา อุตส่าห์ไม่ยอมให้น้ำเกลือเพราะกลัวจะบวมน้ำเกลือ
คราวนี้บวมเพราะปากเราแท้ ๆ เลยเชียว
อ้อ..เด๋วจะหลุดประเด็นซะก่อน เรื่องของเรื่องคือช่วงนี้ว่างอะ ใครอยากชวนไปไหนก้อบอกนะ
อยากไป อยากไป แหะ แหะ
July 16
เอ๊ย แป๊ปเดียวเองอะ หนังเรื่องนี้ก้อใกล้จะปิดกล้องอีกแล้ว เหลืออีกแค่ 2-3 คิวเอง ไม่เกินสิ้นเดือนนี้แน่ ๆ เด๋วก้อจะมีชีวิตอิสระอีกแล้วสิเรา หรือพูดกันให้เข้าใจง่าย ๆ กันไปเลยว่า ว่างงานอีกแล้วววว
หลังจากที่ทำเรื่องน่าอายกับทีมงานในหนังเรื่องนี้มามากมาย จนอาจจะมีคนจดจำได้แต่เรื่องทุเรศแสนทุเรศของเรามากมายทีเดียวเชียว เบื่อแล้วว่ะความเปิ่นของตัวเองอะ
วันก่อนนะ พี่ ๆ นักแสดงเค้าเพิ่งรู้กันว่าแป๊ปจบจุฬาเว่ย เค้าบอกว่าไงกันรู้ป่ะ "อ่าว เฮ่ย จิงดิ ไอแป๊ปเนี่ยนะจบจุฬา จิงดิ กูไม่เคยเห็นเด็กจุฬาดูเอ๋อขนาดนี้มาก่อนเลยว่ะ" โห แม่งงง น่าภูมิใจโคตร!!
แต่มานั่งนึกดูดี ๆ แล้วนะ เออ มันก้อจิงว่ะ ไม่ว่าจะ ยืนโง่จนโดนหมากัดขา ใช้วอเรียกทีมงานแล้วหันผิดทางเสาอากาศเสือกจิ้มตาเข้าเต็ม ๆ หัดขี่มอไซค์ก้อดันขี่ไปพุ่งชนรถเมล์คันที่ใช้ถ่ายหนังเลยทีเดียว ดีนะ ที่ชนโดนยางรถ ไม่งั้นนะ ซวยแน่เรา ล่าสุดเลย ล่าสุดเลย 55 ขำว่ะ
เรื่องมันมีอยู่ว่า ที่กองถ่ายอะ ทุกคนจะมีฉายาที่เรียกกันเวลาใช้วอ ของแป๊ปจะใช้ชื่อว่า "มรกต" ผู้จัดการกองจะใช้ชื่อ "ทับทิม" พี่ทีมจัดการอีกคนใช้ชื่อ "แมวดำ" ทีนี้เว่ย วันทั้งวันพี่ ๆ เค้าก้อมักจะเรียกกันแต่ "มรกต มรกต" "แมวดำเรียกมรกต" บ้าง "ทับทิมเรียกมรกต" ไอ่เราก้อคุ้นหูชื่อนี้ไปแล้ว
ทีนี้ แป๊ปมีปัญหาต้องวอเรียกพี่ "ทับทิม" ก้อเอาเลยเว่ย กำลังเครียด ๆ แก้ปัญหาไม่ได้ ก้อวอเรียก "มรกตคะ มรกต" ...เงียบไม่มีเสียงตอบรับ ยังคงเรีบกซ้ำ "มรกตคะ มรกต ได้ยินวอมั้ย" "มอ ระ กต คะ ช่วย ตอบ วอ ด้วย ค่ะ" ยังคงเงียบ
ซักพัก ทับทิมก้อเรียกวอกลับ "เอ่อ ที่เรียกเมื่อกี้อะ จะเรียกใคร" แป๊ปตอบทันที "ก้อเรียกพี่ไงคะ ทำไมไม่ตอบซักทีอะ" เค้าสวนกลับทันที "แล้ว มึง เสือก เรียก ชื่อ ตัว เอง ทำ ... ไร วะ" เออว่ะ แหะ ๆ กรูเพิ่งนึกได้ สิ้นเสียงนั้น ก้อมีเสียงหัวเราะมากมาย ดังระงมตามมาจากด้านหลัง... ขอบคุญค่ะ ที่ซ้ำเติม
อะเล่าเรื่องน่าเศร้ามั่ง เมื่อวานพี่ทีมจัดการโดนไล่ออกคนนึงว่ะ แย่เลย โดนไล่ออกตอนหนังกะลังจะปิดกล้อง เศร้าปายยย...
สุดท้ายนี้
หนังเรื่องแรกในชีวิตของเราจะเข้าฉายแล้วน๊า
"โคตรรักเอ็งเลย"
27 กรกดา นี้
ทุกโรงภาพยนตร์
แล้วคุณจะได้รู้ว่า
ชีวิตรักน่ะ มัน..
ทนอยู่ หรือ อยู่ทน
เย้ยยยยยยย 55
June 18
ฮึ ฮึ ฮึ โฮ่ะ โฮ่ะ โฮ่ะ
ในที่สุดเมื่อวันหยุดยาวของในหลวงที่เพิ่งผ่านพ้นมา พวกเราเหล่า Gangster ก้อได้มีโอกาสไปเที่ยวด้วยกันอีกครั้ง หลังจากที่แห้วแล้วแห้วอีกอยู่หลายครา
มาคราวนี้ โอ้ววว ไรเนี่ย ทริปนี้ต้องเรียกว่า ทริปแห่งความร๊ากกกก มากันเป็นคู่คราบท่านผู้ชม เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งข้าพเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ส่วนไอ้คนที่เหลือที่ไม่มีคู่น่ะเรียกว่า เพิ่งเลิกจะคู่ของตัวเองมากันสด ๆ โอ๊ะ อะไรมันจะทรมานกันได้ใจขนาดนี้
มาคราวนี้ขาดสมาชิกแก็งค์คนสำคัญไป เพราะพี่อุ๋ยเค้ากะลังจะละทางโลกไปจำศีลอยู่ในทางธรรม 3 เดือนแน่ะ แต่ก้อดีแล้วทำบุญกันมั่งเนอะพี่อุ๋ยเนอะ ก่อนจะลาไปบวช พี่อุ๋ยได้สั่งเสียกะแป๊ปเอาไว้ว่า เฮ่ย ๆ ยังไงก้ออย่าลืมพาแก็งค์มาเยี่ยมพี่บ้างนะ นะ อย่าลืมนะ แป๊ปตอบ "ได้เลยพี่ เด๋วจะไปเยี่ยมช่วงบ่าย ๆ แล้วเอาพิซซ่าไปฝากนะ" ดูดิ ขนาดเค้าจะบวชแล้วยังไม่ละเว้นเลยเรา 55 แต่พี่อุ๋ยก้อบอกนะว่าได้ ๆ เอามาดิ เด๋วพี่จะโดดเตะกลางวัดเลย ซะง้านนน
กลับมาเรื่องเดิมก่อน เที่ยวคราวนี้พี่เอ็กซื กะ อุ๋ม ต้องกลับกันไปก่อน เหลือแต่พวกคู่รัก และ แก็งค์ 3 ช่า 55 แป๊ป ดิว รี่ นั่นเอง ที่มากันเป็นขี้ เอ๊ย คี่ เลยไม่ครบคู่
มีอยู่ช็อตนึงได้ใจแป๊ปมากทีเดียว พวกเรากะลังเดินกันอยู่ที่ริมหาดชิว ๆ เน่ก้อหันหน้ากลับมาบอกว่าเอ๊ย ทำไมเดินกันเป็นคู่ ๆ ครบคู่ได้ไงวะ มันต้องเหลือเศษ 1 ไม่ใช่เหรอ มองไปมองมา น่านงายย!!! พี่รี่ ของเรา แอบเดินแวบไปซื้อข้าวผัดมากินอะ เลยเดินตามหลังอยู่คนเดียวเงียบ ๆ กลัวคนอื่นเค้าจะรู้ เพราะก่อนหน้านั้น พวกเราเพิ่งจะนั่งกินอาหารกลางวันกันจะอิ่มแปร้ รี่เองก้อเหอะ ยังเป็นคนบ่นเองเลย ว่า "อิ่ม โคตรๆ" แล้วไหง มันแอบเดินไปซื้อข้าวผัดมากินอีกได้ไงหว่า
หลังจากนั้นพวกเราก้อไปให้อาหารจระเข้กัน เย้ ๆ มีความสุขมากทีเดียว จระเข้แม่งโง่ 55 คือแบบว่าแป๊ปกะเน่เอาไก่ไปล่อมันอยู่ มันก้อยืน 2 ขาหน้า อยู่บนแท่นปูนในน้ำอะ มันก้อยืนหน้ามาเว่ย แบบว่าช้า ๆ สไตล์มันน่ะ นิ่ง สงบ สยบความเคลื่อนไหว ทุกอย่างนิ่ง เงียบ จนแป๊ปกะเน่นี่แทบจะหยุดหายใจตาม นิ่ง ๆ เงียบ ๆ มันก้อค่อย ๆ ยื่นหน้ามา ช้า ๆ ช้า ๆ ....
จ๋อม... จระเข้ลื่นตกแท่นปูนหน้าทิ่มไป เซ็งเลยโง่จนอดแดกกกก 55 ต้องว่ายน้ำไปกลับลำมาใหม่เลย อด แหลก เลย ฮาโคตร..
นี่นี่ แล้วพวกเราก้อมีการจับหางจระเข้ร่วมสาบานกันด้วยนะ ไอตู้กะรี่ แม่งไม่ยอมจับเว่ย
เดินไปเดินมาเจอเสื้อตบกันด้วยแหละ
เดิน ๆ อยู่ดันไปสบตากับจระเข้มันกวนตีนทำหน้าดุใส่ แล้วก้อจะพุ่งมากัดอะ แต่มันติดกรง มันยังคงทำหน้าดุใส่อยู่ แป๊ปหมั่นไส้เลยกระทืบเท้าใส่ แม่งวิ่งลงบ่อไปเลยอะ ขำซะ
และแล้วในที่สุด ทุกคนก้อตั้งฉายาให้แป๊ปว่า "เจ้าแม่จอระเข้" ไปโดยปริยายยยยย
P.S. ไปดูรูปที่เหลือกันในบล็อกก้อละกันน๊า
June 10
เบื่อ เหงา เศร้า เหนื่อย เอื่อย บุ่ย
ไม่ชอบความรู้สึกนี้เลยให้ตายสิ
เมื่อสภาพจิตใจแย่ สภาพร่างกายก้อจะแย่ตามกันไปด้วย
เฮ้ออ...อยากหนีไปพักไกล ๆ ให้สภาพจิตใจมันดีขึ้น
เติมพลังงานให้ร่างกายและจิตใจใหม่
ก่อนจะกลับมาต่อสู้กับสิ่งกดดันต่าง ๆ รอบตัวนี้อีกครั้ง
เฮ้อ เอาวะ สู้เว่ย จงอย่ายอมแพ้ตัวเอง
จำไว้แป๊ป!!
*เฮ่ย..อย่าไปโง่ ตาบอด ให้อภัยใครอีกครั้งนึงแล้วนะ ไม่ต้องแล้ว จำไว้
**พยายามห่อยแป๊ป พยายามหน่อย ไม่ยากเกินไปหรอก
***อย่าไปนึกแล้ว เรื่องเก่า ๆ อะ อย่าไปนึกดิ
****แล้วก้ออย่ากลับไปหาคนเก่า ๆ อีกแล้วนะ พอได้แล้ว เข็ดซะทีสิ
May 16
นี่นี่นี่ เมื่อวานไปออกกองแถวอู่รถเมล์ตรงหลังศาลเจ้าพ่อหลังเมือง แถวสนามหลวงอะ ตั้งแต่เช้าจรดเย็น เห็นอะไรที่เราไม่เคยเห็นไม่เคยรับรู้มากมาย ได้คลุกคลีอยู่กับชีวิตคนจรจัด กับหมาข้างถนนอะ น่าสงสารพวกเค้าอะ แล้วก้อแอบน่ากลัวด้วยดิ กิน นอน คลุกคลีอยู่แต่กับหมาขี้เรื้อนทั้งวันทั้งคืน นอนที่นอนเดียวกัน กินข้าวก้อใช้จานร่วมกัน
เห็นแล้วก้อรู้สึกไม่ดีอะ ทำไมต้องมีความไม่เท่าเทียมกันขนาดนี้บนโลกใบนี้ด้วยนะ คนบางคนมีเหลือกินเหลือใช้ ในขณะที่อีกคนไม่มีจะกินจะใช้ เฮ้อออ...
ที่แย่ไปกว่านั้นนะกลิ่นบริเวณนั้นแรงมากกกกกอะ แรงมากจิงๆ ถึงกับแสบจมูกปี๊ดเลยทีเดียว จนต้องหายาดมมาอุดจมูกกันเป็นแถวๆ
แต่ที่สุดของที่สุด ความซวยสุดๆก้อตกมาเป็นของแป๊ปอีกจนด้ายย คือแบบว่า แป๊ปดันไปเสนอหน้ายืนกินไส้กรอกชีสอยู่แถวนั้น โดยลืมนึกไปว่าหมามันก้อคงอยากกินอะ แล้วแบบว่ามันก้อไม่รีรอ มันก้องับเข้าให้ แต่ไม่ได้งับไส้กรอกหรอกนะ มันงับขาแป๊ปอะ โหยยยยย...ถึงกับกรีดร้องลั่นถนนสุดเสียงเลยทีเดียว ภาพในหัวลอยมาก่อนเลย ต้องโดนฉีดยารอบสะดือกันพิษสุนัขบ้า อีกทั้งยังติดโรคเรื้อนจากหมามาด้วยอีก อึ๊ยย..คิดแล้วน่ากล้วมากเลยทีเดียวเชียว
หลับหูหลับตากรี๊ดได้ซักพัก พี่ๆข้างๆเค้าก้อสะกิด เฮ่ย แป๊ป แป๊ป คือว่าหมามันกัดไม่เข้าอะแป๊ป คือพวกพี่ๆสันนิษฐานกันว่านะ หมามันคงอ้าปากเต็มที่แล้วแต่ขาแป๊ปคงใหญ่เกินไปอะสุดปากมันพอดี มันเลยงับไม่ได้เลย โถ นา ฉงฉานานนนน
เฮ้อออ กรูล่ะอายยยยยย....
May 06
เมื่อวานแป๊ปต้องไปออกกองทั้งวัน (ออกกองวันหยุดอีกแล้วว) เจ้กะป๋อมก้อโทมาตามตั้งแต่เช้าแล้วว่าอาการอากงไม่ค่อยดีนะ ไปหาอากงกันหน่อยดีกว่า แป๊ปบอกว่ายังไม่ว่างทำงานอยู่ ไว้ค่อยไปตอนค่ำ ๆ ละกัน เลิกกองแล้วเด๋วจะไปรับ เจ้บอกว่าแต่ว่า...แป๊ปก้อวางสายไป
ตอนสาย ป๋อมโทมาบอกว่าไปเยี่ยมอากงวันนี้เลยได้มั้ย แป๊ปบอกว่าได้ แต่รอให้เลิกงานก่อนละกัน แค่นี้นะทำงานอยู่...แป๊ปก้อวางสาย
ตอนบ่าย แม่โทมาบอกว่าเลิกงานแล้วไปหาอากงหน่อยนะลูก เห็นปะป๊าบอกว่าอากงอาการไม่ค่อยดี แป๊ปบอก อืม ทำงานก่อนนะแม่เด๋วค่อยคุยกัน...แป๊ปวางสาย
ตอนเย็นเจ้บอกว่า เจ้พาป๋อมมารอแป๊ปที่หน้าออฟฟิตเลยนะ จะได้รีบไปกัน แป๊ปบอกเด๋วเลิกแล้วแป๊ปโทกลับละกัน แค่นี้นะ...วางสาย
ตอนค่ำ เจ้ยังโทมาอีก แป๊ปรีบรับสายด้วยความหงุดหงิด แล้วบอกว่าอย่ามาเร่งได้มั้ย ก้อรีบอยู่เนี่ย กะลังเคลียร์บัญชีให้ทีมงานอยู่ เค้ารอรับตังกันยาวเป็นแถวเลย แค่นี้นะ วางสายโดยไม่ฟังใดๆทั้งสิ้น
โทสับยังคงดังต่ออีก แป๊ปถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโมโห แล้วรับสาย เจ้รีบชิงพูดก่อน " แ ป๊ ป อ า ก ง ห ยุ ด ห า ย ใ จ แ ล้ ว น ะ จะเลิกงานกี่โมงจะได้ไปกราบอากงกัน"....................................
ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนหยุดเคลื่อนไหว หูอื้อ ตาลาย คิดไรไม่ออก ไม่รู้จะพูดอะไร ไม่รู้จิงๆ อยู่ดีๆ ก้อมีพี่เค้ามาสะกิดแป๊ปเคลียร์เงินต่อเร็วทุกคนรออยู่ แป๊ปตอบ ค่ะ ค่ะ ขอโทดค่ะพี่ แล้วก้อก้มหน้าเขียนบิลไปร้องไห้ไป จนทุกคนแถวนั้นเริ่มรู้สึกได้ มีพี่คนนึงคนเค้าเห็นและคงรู้สึกได้กว่าใคร ๆ เลยพยายามช่วยแป๊ปทุกวิถีทาง ให้ไปหาอากงได้เร็วที่สุด
นี่ใช่มั้ย ที่เค้าบอกกันว่า คนบางคนเห็นงานสำคัญว่าครอบครัว
แป๊ปขอโทษค่ะอากง แป๊ปไม่เคยรู้สึกอย่างนั้นเลยนะกง อากงสำคัญที่สุดสำหรับพวกเราเสมอ พักผ่อนให้สบายนะคะอากง ป่านนี้คงไปเป็นเซียนอยู่บนสวรรค์แล้วใช่มั้ย
ปล.คืนนี้อากงมาเข้าฝันใหม่หน่อยได้มั้ยว่าจะเอาอะไร เมื่อคืนร้องไห้ดังไปหน่อยเลยกลบเสียงอากงหมดเลย ขอโทดทีค่ะ เอาใหม่นะกงคืนนี้ นะ แป๊ปจะได้จัดให้อากงได้นะคะ แล้วก้อเชื่อได้แล้วนะกงว่า แป๊ปอะจบจุฬาจิงๆนะกง เชื่อหน่อยเห๊อะ คนไม่ดีแต่รักดีได้นะกง นี่
รักอากงสุดหัวใจค่ะ
อาแป๊กของลื๊ออ่า
April 29
มองฉัน บอกกับฉันที
Look at me, and tell me.
เธอจำได้ไหมใครเคยเสียน้ำตา
Do you remember who it was crying?
ก็ตอนนั้น ตอนเธอร่ำลา
At that time, when you left me.
ใครเคยขอร้องให้เธอเปลี่ยนใจ
Who was begged you to change your mind?
แล้วก็ผ่านพ้นมา เธอบอกลาแล้วจากไป
And then I got over it, you said your goodbyes and left.
ฉันก็อยู่เยียวยาหัวใจจนหาย แล้วเธอนั้นก็กลับมา
The pain gradually disappeared, but now you've come back.
อย่าทำแบบนี้ หยุดเกมนี้เลย
Don't be like this, stop playing this game
จะเอ่ยว่ารักกันตอนนี้ทำไม
Why are you back saying you love me now?
พอแล้วไม่อยากสับสนในใจ
It's enough already, I don't want to feel confused any longer.
เจ็บตอนเธอไปไม่เท่าตอนเธอกลับมา
It's hurting more now you've come back than when you left.
ฟังฉัน อยากขอร้องเธอ
Listen to me, I want to ask you.
ถ้าเธอรักฉันเหมือนเธอพูดจริง
If you really love me like you're saying.
ก็ปล่อยฉัน ปล่อยให้ฉันไป
Then just let me go, leave me be.
ให้เธอช่วยทิ้งฉันไว้อย่างเดิม
Just leave me as before.
อย่าทำแบบนี้ หยุดเกมนี้เลย
Don't be like this, stop playing this game
จะเอ่ยว่ารักกันตอนนี้ทำไม
Why are you back saying you love me now?
พอแล้วไม่อยากสับสนในใจ
It's enough already, I don't want to feel confused any longer.
เจ็บตอนเธอไปไม่เท่าตอนเธอกลับมา
It's hurting more now you've come back than when you left.
อย่าทำแบบนี้ หยุดเกมนี้เลย
Don't be like this, stop playing this game
จะเอ่ยว่ารักกันตอนนี้ทำไม
Why are you back saying you love me now?
พอแล้วไม่อยากสับสนในใจ
It's enough already, I don't want to feel confused any longer.
เจ็บตอนเธอไปไม่เท่าตอนเธอกลับมา
It's hurting more now you've come back than when you left
***************************
++ "ความซื่อสัตย์" เนี่ย มันปฏิบัติยากนักหรือยังงัย ++
++ คิดบ้างมั้ยว่า คนอื่นเค้าก้อ "เจ็บ" เป็นเหมือนกันนะ ++
++ ถ้าพูดว่า "รัก" อะ ช่วยทำให้คำพูดกับการกระทำมันสอดคล้องกันหน่อย ++
++ พึงระลึกไว้เสมอ ว่าคนเรามีหัวใจอยู่แค่ "คนละดวง" เท่านั้น ++
++ จงรู้ไว้ด้วย พระราชดำรัสของในหลวงน่ะ กล่าวว่า "ไม่ควรให้อภัยใครเกิน 3 ครั้ง" ++
++ และสุดท้าย รู้จักมั้ย คำว่า "สายเกินไป" น่ะ ++
ท้ายที่สุด ก้ออยากบอกว่า
"แป๊ปเสียใจว่ะแม่ง"
|
 | |  |
April 19
โหย..สงกรานต์ปีนี้ไม่ได้ที่ยวไหนกะใคร ๆ เค้าเลยอะ นัดแก็งค์ไว้ซะดิบดี แต่สุดท้ายแล้วเราเองตะหากที่ไม่มีเวลาว่าง คิดดูดิต้องออกกองวันสงกรานต์ ปาเข้าไปตั้งแต่วันที่ 13 - 16 เมษา
แต่ยังดีหน่อยที่ได้ไปถ่ายแถวข้าวสาร ได้เห็นบรรยากาศสนุก ๆ บ้าง เพียงแต่เราไม่ได้ไปเล่นกะเค้าก้อเท่านั้น ได้แต่ยืนมองตาปริบ ๆ โดนสาดน้ำโดนปะหน้า ในขณะที่เราไม่มีอาวุธจะตอบโต้ใด ๆ เลย เพราะกลัวว่าถือปืนแล้วจะโดนพี่ ๆ เค้าด่าว่าเอาแต่เล่น งานการไม่ยอมทำ
แถมยังต้องคอยกันนักแสดงที่แต่งหน้าแล้วไม่ให้โดนสาดน้ำอีก ไม่รู้จะทำยังไงเลยเอาผ้าคลุมเค้า แล้วตะโกนว่า "ขอโทดนะค๊า อย่าสาดน้ำนะคะ คนป่วยเป็นโรคเรื้อนค่า" เชื่อมะ ทุกคนถอยกรูดไม่มีใครกล้าสาดเลย 55 มุขนี้ได้ผลว่ะ
เท่านั้นไม่พอดันเสือกโง่เดินหลงทางกะพี่ ๆ ที่กองในข้าวสารอีก คนก้อแน่นซะ หาพี่ ๆ ไม่เจอ ทุกคนก้อเป็นห่วงเรา วอหาก้อไม่ตอบ โทสับก้อไม่รับ แล้วจะให้รับได้ไงล่ะ ถ้าหยิบออกมาก้อเปียกน้ำหมดอะดิ ยังคงโง่เดินต่อไป อย่างไม่รู้อนาคต ได้ยินเสียงพี่ๆ เรียกมาจากวอ แต่ตอบไม่ได้เหมือนคนเป็นใบ้ ตามหาจนเค้าวอมาบอกว่าเลิกกองแล้วแป๊ปกลับมาได้แล้วทุกคนรออยู่ จบข่าว..เป็นไงล่ะ ทุเรศซะ..
March 18
ไม่ได้รู้สึกดีเลย เวลาที่แป๊ปทุกข์ใจจากใครคนนึง แต่..กลับต้องมาทำให้คนอีกคนนึงเสียใจ ขอโทษละกันนะ ที่แป๊ปนึกถึงแต่ตัวเองมากเกินไป ก้อแค่คิดว่า เธอคือคนที่แป๊ปสามารถมานั่งพัก และร้องไห้ได้อย่างเต็มเสียง แต่ลืมนึกไป ว่าเค้าก้อ "เจ็บ" เป็นเหมือนกัน...
แต่ก้อ ขอบคุณนะ ขอบคุณมาก ๆ สำหรับความปรารถนาดีทั้งหมดทั้งมวลที่มีให้ ซึ่งแป๊ปก้ออยากจะรับไว้เต็มหัวใจ แต่..แป๊ปก้อกลัว กลัวจะทำให้เธอเจ็บอีก ถ้าหากว่าแป๊ปยังลืมคน ๆ นั้นไม่ได้
แป๊ปไม่กล้า ไม่กล้าจะยื่นขอเสนอหรือข้อต่อรองใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อจะดึงใครคนนึงเอาไว้ใกล้ ๆ ตัว หากยังยอมรับไม่ได้ว่าเค้าคนนั้นยังไม่ไปไกลจากหัวใจ
เพราะ..แป๊ปก้อไม่อยากเป็น "คนเห็นแก่ตัว" มากไปกว่านี้แล้ว
เฮ้ออ..เหนื่อย หัว ใจ...
March 15
ลืมลืมแล้วว่ากี่ครั้ง ที่เธอทำให้ช้ำให้ฉันเสียน้ำตา
เจ็บมันเจ็บเสียมากกว่า เมื่อมองความเฉยชา อยู่บนใบหน้าเธอ
เหงาเงียบงันและเหน็บหนาว เดียวดายและปวดร้าว เท่าไรยังต้องเจอ
รักจากปากคำของเธอ กับสิ่งที่ฉันเจอ เคยตรงกันบ้างไหม
รักกันแล้วต้องมีน้ำตา แบบนี้รักภาษาอะไร ไม่มีคนรักหน้าไหนเขาทำกัน
รักที่ให้กันแต่น้ำตา อย่างที่เธอมีให้ฉัน ยังเรียกว่ารักได้อีกหรือเธอ
ท้อยิ่งนานก็ยิ่งท้อ และคงไม่อยู่รอให้เธอเป็นคนลา
ยอมยอมไปดีซะกว่า ต้องอยู่กับน้ำตาที่นับวันยิ่งไหล
หนึ่งคำจากสองคน บอกไปว่ารักกัน
มีฉันและเธอ อย่างนั้น...
ขอบคุณที่เคยรักกัน วันนี้ต้องลาจาก
จากคนที่เคยห่วงใยกัน
ลาก่อนคนที่เคย คนที่จะเป็นความหลัง
ส่งเป็นเพลงให้เธอได้ฟัง เพลงนี้....ฮื้มฮืม
บอกว่าเราเลิกกัน ให้เธอเข้าใจ
บอกว่าเราเลิกกัน ด้วยเพลงนี้
ไม่ต้องมาพบกัน ต่อจากนี้
บอกว่าเราเลิกกัน เลิกกัน...
หนึ่งคำที่พูดไป คำว่าเราเลิกกัน
รู้ไหมมันเจ็บ เพียงไหน...
ไม่ต้องโทรมาหากัน ไม่ต้องมีข้อความ
จบกันด้วยรัก... กับเพลง
อาจเหมือนฉันไม่มีหัวใจ
ไม่กล้าไปเจอเธอ... กลัว ทำใจไม่ได้
ตลอดเวลา มีเธอเพียงคนเดียวอยู่ในใจ
จะอยู่ที่ไหน รู้ไหมฉันนั้นห่วงหา
ขาดเธอไปฉันเหงาและเดียวดายตลอดมา
ได้แต่หวังซักวันหนึ่ง
เราจะกลับมาเหมือนเดิม
ตลอดเวลา ถึงแม้เวลานอนยังหลับฝัน
ภาพในวันนั้น ยังจำไม่เคยจางหาย
และหนึ่งคำ ที่ย้ำและฉันบอกกับเธอไว้
ฉันรักเธอ ไม่มีวันลืมเลือน
เพราะเธอคือคนแรก ที่ฉันให้ความรัก
และยังปักใจไม่คิดมีคนอื่น
คนแรกที่ฉันไม่อาจลืม
และเพียงคนเดียวคือเธอเท่านั้น
เธอคือคนเดียว ที่ฉันคิดถึง
เธอคือคนเดียวที่อยู่ในใจ
ฉันคิดถึงเธอทุกลมหายใจ
ฉันฝันถึงเธอทุกวันทุกคืน
February 19
***วู้ว วู้ว วู้ว ในที่สุดแป๊ปก้อกลับมายืนที่จุดเดิมอีกครั้งนึงละ ไม่รู้จะดีใจหรือเศร้าใจกันแน่ ไม่มีงานทำก้อเหมือนมีอิสระ ที่เราสามารถกำหนดวันพรุ่งนี้ของเราได้เองอีกครั้ง อยากจะทำอะไร จะไปที่ไหน เวลาไหน ตอนไหน ไปกะใคร ทำได้ตามใจชอบเลย อยากเที่ยวนักใช่มั้ย นี่ไงคือโอกาสที่ดีแล้ว
มันดูแล้วก้อคล้าย ๆ กะตอนที่เราเพิ่งเลิกกะแฟนใหม่ ๆ น่ะแหละ มันจะรู้สึกอ้างว้าง เคว้างคว้าง หวิว ๆ แปลก ๆ แต่ในอีกมุมก้อรู้สึกได้ปีกตัวเองคืนมาอีกครั้ง ทำทุกอย่างได้ดั่งใจปรารถนา
แต่ลองมาคิดกลับกันในอีกแง่มุมนึงของโลก อย่างที่ว่าไปเมื่อตะกี้นี้ว่า หลังจากสนุกสนานได้อย่างเต็มที่แล้ว พอมานั่งนิ่ง ๆ เราจะรู้สึกได้ว่า อ่าว แล้ววันพรุ่งนี้เราจะทำอะไรต่อไปอีกล่ะ เรียนจบแล้วนะเว่ย ควรหาจุดยืนของตัวเองได้แล้ว
"ปากก้อบอกป๊ากะแม่ว่าจะไปเรียนต่อแล้วค่ะ แต่ก้อยังมัวทำนู่นทำนี่อยู่นั่นแหละ ให้เรียนพิเศษ ก้อเอาแต่อ้างว่าติดคิวงานมากมาย" (แม่กล่าว) "แล้วตกลงว่าลูกจะเอาไงกันแน่เนี่ย จะทำงานหรือจะไปเรียน" (อันนี้ปะป๊ากล่าว) -__-"
มีคนบางคนเค้าก้อมาถามแป๊ปเหมือกันนะว่า เค้ารอคำตอบอยู่นะว่าจะเอายังไง จะอยู่หรือจะทิ้งเค้าไปกันแน่ โห!! ไรเนี่ยบีบบังคับกันเข้าไป
เฮ้อ!! อืม...บอก บอกก้อได้ ไปเรียนต่อน่ะไปแน่ ไปเดือนกันยาก้อละกันนะ ขอเวลาเตรียมตัวก่อน แต่ถ้ามันเตรียมตัวไม่ทัน ก้อขอเป็นต้นปีหน้าละกัน หากว่ามันยีงมีงานอื่น ๆ ที่น่าสนุกอยู่น่ะ อิอิ..
^__^ ในทีสุดก้อยังไม่ได้คำตอบที่แน่ชัดซักทีนั่นแหละ 5++***